× ไบโอเมด
เกี่ยวกับเรา
สินค้าและบริการ
ข้อมูลทางเทคนิค
ถามตอบ
ข่าวและกิจกรรม
สมัครงาน
ติดต่อเรา

ถามตอบ

ขวดยาฉีดชนิดที่ผลิตจากหลอดแก้ว

ขวดยาฉีดชนิดที่ผลิตจากหลอดแก้ว (tubular glass vial) ต่างจากที่ผลิตจากแม่พิมพ์ (moulded glass vial) อย่างไร ?

  1. มีน้ำหนักเบากว่า
  2. ดูมีราคาและน่าใช้กว่า
  3. มิติของขวดสม่ำเสมอและแน่นอนกว่า
  4. เหมาะสำหรับยาและวัคซีนที่ผลิตโดยการดูดแห้ง (Lyophilization) มากกว่า
  5. สามารถตอบสนองความต้องการพิเศษที่มีปริมาณน้อยได้ดีกว่า
  6. ไม่ต้องเสียค่าแม่พิมพ์ (mould)
  7. ตรวจสอบด้วยสายตาได้ง่ายกว่า

ความหนาของผนัง (wall thickness) มีผลต่อความแข็งแกร่งของขวดยาฉีดหรือไม่ ?

ความแข็งแกร่งของขวดยาฉีดขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่างอาทิเช่นรูปแบบของก้นขวด, รัศมีของขอบก้นขวด, ลักษณะของบ่าขวด, ความหนาของผนังขวด, ขั้นตอนการหลอมหลอดแก้วโดยเครื่องจักรที่ใช้ในการผลิตขึ้นรูป และการใช้อุณหภูมิและเวลาที่เหมาะสมในขั้นตอนการบ่มแก้วใน annealing lehr แนวทางเลือกที่เหมาะสมควรใช้ความหนาของผนังขวดตามมาตรฐาน ISO 8362-1


การใช้ขวดยาฉีดชนิดที่ผลิตจากหลอดแก้วโดยมีมิติตามมาตรฐาน ISO 8362-1 ให้ผลดีอย่างไร ?

มาตรฐาน ISO 8362-1 เกิดจากการศึกษาและออกแบบร่วมกันระหว่างผู้ผลิตยาฉีด ผู้ผลิตวัสดุการบรรจุ และผู้ผลิตเครื่องจักร จึงให้ประโยชน์ในแง่ของความสอดคล้องกันของรูปทรงและขนาดขององค์ประกอบที่ใช้ในการผลิตยาฉีด เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพของการผลิตและขจัดปัญหาที่อาจเกิดขึ้นจากขวด จุกหรือฝาครอบเข้ากันไม่ได้พอดี นอกจากนั้นขวดยาฉีดมาตรฐาน ISO 8362-1 มีการใช้กันค่อนข้างแพร่หลาย ผู้ผลิตจึงมีความพร้อมในการจัดส่งได้รวดเร็วกว่า


ขวดยาฉีดที่ปากด้านในเป็นลักษณะ blow-back มีข้อดีอย่างไร ?

หากใช้ร่วมกับ blow-back stopper จะช่วยเพิ่มความกระชับระหว่างปากขวดกับจุกยางมากขึ้น สามารถป้องกันจุกยางเด้งหลุดจากปากขวด (popping effect) ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะในกรณีที่ใช้บรรจุน้ำยาเกินกว่า 75% ของปริมาตรบรรจุ (filling volume) หรือบรรจุยาที่ใช้น้ำมันเป็นตัวทำละลาย (oil base preparation)


ขวดยาฉีดชนิด blow-back มีกี่แบบ ?

มี 2 แบบ

  1. แบบอเมริกัน ปากขวดด้านในจะโค้งเว้า (concave) เข้าด้านใน
  2. แบบยุโรป ปากขวดด้านจะเป็นขั้น (step-like)

ทั้งสองชนิดควรใช้ร่วมกับ blow-back stopper เพื่อเพิ่มความกระชับระหว่างปากขวดและจุกยาง


ทำไม pH ของน้ำกลั่นที่บรรจุในขวดยาฉีดที่ทำจากหลอดแก้ว type I จึงเพิ่มขึ้นหลังการนึ่งฆ่าเชื้อด้วยไอน้ำ ?

Sodium oxide ที่เป็นส่วนประกอบของแก้ว บางส่วนจะหลุดออกมาเมื่อหลอดแก้วถูกหลอมด้วยเปลวไฟในขณะขึ้นรูปขวดที่อุณหภูมิประมาณ 900°C และจับตัวอยู่บนผิวของขวด sodium oxide จะทำปฏิกิริยากับน้ำกลั่นขณะนึ่งฆ่าเชื้อกลายเป็น sodium hydroxide ทำให้สภาพความเป็นด่างของน้ำกลั่นเพิ่มขึ้น


พื้นผิวของขวดยาฉีดที่ทำจากหลอดแก้ว type I มีสภาพเป็นกลาง (neutral) หรือไม่ ?

เป็นด่างเล็กน้อยแตกต่างกันตามขนาดความจุ จึงควรตรวจสอบขวดว่ามีคุณสมบัติเข้ามาตรฐาน containers of type I glass ตามที่กำหนดไว้ใน US Pharmacopoeia หรือไม่ ขวดที่มีคุณภาพได้มาตรฐานควรผ่านการทดสอบทั้ง Glass Grains Test และ Surface Glass Test ก่อนนำไปใช้


ขวดยาฉีดที่ผลิตจากหลอดแก้ว type I ใช้กับยาและวัคซีนที่ผลิตโดยวิธีทำแห้ง (lyophilization) ได้หรือไม่ ?

ขวด tubular vial เหมาะที่สุดสำหรับ lyophilization ก่อนใช้ควรตรวจสอบ Glass Grains Test และ Surface Glass Test ว่าขวดมีคุณสมบัติตามข้อกำหนดสำหรับ containers of type I glass ที่ระบุใน US Pharmacopoeia หรือไม่


ขวดยาฉีดที่ใช้แล้วสามารถนำกลับมาใช้อีกได้หรือไม่ ?

ไม่พบว่ามีเอกสารใดๆ แนะนำให้ทำเช่นนั้น


ขวดยาฉีดชนิด type I plus คืออะไร ?

Schott ประสบความสำเร็จในการพัฒนาหลอดแก้วสำหรับผลิต vial และ ampoule โดยมีผิวด้านในเป็น Ultra-inert ซึ่งมีประโยชน์อย่างยิ่งเมื่อใช้กับยาที่มีความไวสูง (high sensitive) ต่อการเปลี่ยนแปลงของ pH ที่ซึ่งการใช้ขวด type I ทั่วไปยังให้ผลไม่เป็นที่น่าพอใจ หลักการของการผลิตหลอดแก้วสำหรับขวด type I Plus คือการเคลือบผิวแก้วด้านในด้วย SiO2 ที่มีความบริสุทธิ์สูง ผลที่ได้คือปริมาณของด่างที่ถูกปลดปล่อยออกจากผิวแก้ว type I plus น้อยกว่ามาตรฐานที่กำหนดไว้สำหรับขวด type I อย่างเห็นได้ชัดเจน


ราคาของ vial ชนิด type I plus แตกต่างจาก type I มากน้อยเพียงใด ?

โดยทั่วไปสูงกว่า 5-10 เท่า ขึ้นอยู่กับปริมาณที่ผลิตขึ้นแต่ละครั้งตามใบสั่งซื้อ จึงแนะนำให้ใช้ขวด type I plus เฉพาะกับยาที่จำเป็นและมีราคาสูงเท่านั้น


ขวด vial ควรบรรจุหีบห่อมาจากผู้ผลิตอย่างไรจึงจะดี ?

ภายในสภาพแวดล้อมที่สะอาดปราศจากฝุ่นละอองหรือ cleanroom โดยบรรจุอยู่ในบรรจุภัณฑ์ที่สะอาดไม่มี fiber หรือห่อหุ้มด้วยแผ่นฟิล์ม polyolefin ที่ใช้ในอุตสาหกรรมผลิตอาหาร ไม่ควรใช้ถาดกระดาษลูกฟูกหรือกระดาษแข็ง ทั้งนี้เพื่อป้องกันการปนเปื้อนจากเศษผงและเยื่อกระดาษ และบรรจุลงกล่องที่ปิดมิดชิดแข็งแรงป้องกันการแตกในขณะขนส่ง


ควรเก็บรักษา vial ในสภาพแวดล้อมเช่นใด ?

ควรเก็บในที่เย็นและแห้ง ตราบใดที่แผ่นฟิล์ม polyolefin ที่หุ้มห่อยังอยู่ในสภาพดี ขวด vial ก็ยังใช้งานได้ดีเช่นกัน


จำเป็นต้องล้าง ampoule และ vial ก่อนใช้หรือไม่ ?

จำเป็น (ยกเว้น Form D ampoule) และการฉีดน้ำล้างภายใน ampoule และ vial แต่ละครั้ง ควรใช้ลมที่มีแรงดันใกล้เคียงกับแรงดันของน้ำ เป่าให้น้ำล้างออกจากปลายหลอดหรือปากขวดไปโดยเร็ว ไม่ให้ขังอยู่บริเวณบ่า (shoulder) มิฉะนั้นผงหรือสิ่งสกปรกจะค้างติดอยู่และปนเปื้อนในยาฉีด


ขวด vial สามารถฆ่าเชื้อโดยรังสีแกมมา (gamma irradiation) ได้หรือไม่ ?

ไม่มีปัญหาสำหรับขวดสีชา (amber) แต่สำหรับขวดใส (clear) สีใสจะเปลี่ยนเป็นสีชาอ่อน (yellowish to brown) มากหรือน้อยขึ้นอยู่กับปริมาณของรังสีแกมมาที่ใช้


ขวด vial ทำจากหลอดแก้วใสสีค่อนข้างเหลืองและมีเส้นริ้วแนวตั้งรอบขวด ขายราคาถูก เป็นแก้ว type I หรือไม่ ?

คุณสมบัติสำคัญของขวด type 1 คือผิวแก้วมีความทนทานสูงต่อการกัดกร่อนของน้ำหรือสารละลาย (high surface hydrolytic resistance) ขวด vial ที่มีความทนทานต่ำผิวแก้วจะปลดปล่อยด่าง (alkali) ออกมาในปริมาณมาก แปรตามระดับคุณภาพของหลอดแก้วที่นำมาใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิต หากหลอดแก้วมีคุณภาพไม่ได้มาตรฐาน ก็จะได้ vial ที่มีคุณภาพต่ำตามไปด้วย ขวด vial type 1 ต้องมีคุณสมบัติ Chemical Resistance ตามข้อกำหนดของ USP<660> ซึ่งกำหนดไว้ 2 หัวข้อคือ Glass Grains Test และ Surface Glass Test ส่วนเส้นริ้วในแนวตั้งรอบตัวขวดเกิดจากฟองอากาศของหลอดแก้วคุณภาพต่ำที่ใช้เป็นวัตถุดิบ ดังนั้นจึงควรระมัดระวังและหลีกเลี่ยงขวดยาฉีดที่มีลักษณะดังต่อไปนี้

  1. มีสีค่อนข้างเหลือง (yellowish) เห็นได้ชัดเจนเมื่อรวมกลุ่มกัน
  2. ลำตัวมีเส้นเป็นริ้วในแนวตั้ง (vertical air lines) รอบขวด
  3. ให้ผล USP Powdered Glass Test ใกล้เคียงกับ test limit
  4. ไม่ผ่าน USP Surface Glass Test สำหรับ type 1 glass

การตรวจ Chemical Resistance ของขวด vial และการทดสอบ Drug Stability Test จะทำให้พบปฏิกิริยาระหว่างยากับภาชนะบรรจุ (drug-container interaction) ได้ชัดเจน



+ See all FAQs




BIOMED
อาคารศิษธาลิน 600/126 ถนน สาธุประดิษฐ์ แขวงบางโพงพาง เขตยานนาวา กทม 10120

Telephone:
0 2294 2060

Fax:
0 2294 1059

Email:
info@biomed.co.th