คุณสมบัติของ bromobutyl และ chlorobutyl rubber คล้ายคลึงกันมาก เนื่องจากอยู่ในกลุ่ม halogenated butyl rubber เหมือนกัน แต่สูตรยาง (rubber formulation) ของ bromobutyl ออกแบบได้ง่ายกว่า อย่างไรก็ตามคุณสมบัติโดยรวมของจุกยางจะถูกกำหนดโดยส่วนประกอบอื่นๆด้วย โดยมี based elastomer เป็นตัวกำหนดคุณสมบัติพื้นฐาน เช่น EPDM จะทนกรดด่างได้ดี ส่วน halogenated butyl สามารถป้องกันการซึมผ่านของก๊าซและไอน้ำได้ดีเป็นต้น ผู้ใช้ควรคำนึงถึงสูตรยางที่ดี ที่เหมาะกับวัตถุประสงค์ของการใช้งาน เช่นคุณสมบัติทางกายภาพ (physical property) ทางเคมี (chemical property) ทางชีววิทยา (biological reactivity) ตลอดจนการเข้ากันได้ของตัวยา (compatibility) มากกว่า คำนึงถึง based elastomer เพียงอย่างเดียว
ทั้งสองสูตรมี bromobutyl เป็น base elastomer สูตร 4405/50 Grey เป็นสูตร universal formula ใช้ได้กับยาเกือบทุกชนิด และมีคุณสมบัติเป็น clean formulation โดยมี extractables น้อยมาก ไม่มีโลหะหนัก ไม่มีสารก่อมะเร็ง และมีราคาที่เหมาะสม ส่วนสูตร 4420/45 Grey ได้ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อใช้กับจุกยางที่ต้องการฆ่าเชื้อโดยการฉายรังสี gamma โดยเฉพาะ จุกยางที่ผ่านการฉายรังสีจะมี hardness เพิ่มขึ้น สูตร 4420/45 Grey สามารถแก้ปัญหานี้ได้เป็นอย่างดี
ไม่ทุกชนิด ยาบางชนิดจำเป็นต้องใช้ยางสูตรพิเศษ เช่นยาที่ใช้ vegetable หรือ mineral oil เป็นตัวทำละลายต้องใช้ nitrile rubber หรือ FluroTec laminated stopper เป็นต้น
จุกยางที่ดีต้องมีความยืดหยุ่นที่เหมาะสม สามารถกระชับกับปากขวด (seal integrity)ได้อย่างมั่นคง ในขณะเดียวกันต้องคืนตัวได้ดีเมื่อถอนเข็มออก (self-sealing efficiency) จุกยางแข็งให้ประสิทธิภาพการคืนตัวต่ำและจำนวน fragment สูง
พร้อมใช้งานได้ทันที (Ready to Use) ผู้ใช้ได้รับประโยชน์หลายประการ
ปัจจุบันผู้ผลิตยาฉีดปราศจากเชื้อในประเทศ 5 ใน 10 ราย ใช้จุกยางที่ผ่านการฉายรังสี gamma มาแล้ว
สภาวะการปราศจากเชื้อ (sterile condition) มีเงื่อนไขจำกัดด้านเวลา การฉายรังสีจุกยางมาจากต่างประเทศจึงมีความเสี่ยงสูงจากเวลาที่เสียไปในการขนส่ง และยังไม่พบว่ามีผู้ผลิตจุกยางรายใดมีอุปกรณ์ฉายรังสีด้วยตัวเอง ดังนั้นหากต้องการลองใช้ ผู้ใช้ควรตรวจสอบ sterilization mark และวันที่ฉายรังสี ซึ่งต้องมีแสดงไว้บนกล่องจุกยางทุกกล่องใน lot นั้น แนะนำว่าผู้ใช้ควรทำ validation study ก่อนตัดสินใจนำมาใช้
ไม่จำเป็นเพราะจุกยาง EPP RS grade ของ West ผ่านการล้างด้วย WFI ในเครื่องล้างอัตโนมัติ Huber washer และบรรจุลงถุงใน ISO 5 cleanroom การล้างไม่ถูกวิธีโดยผู้ใช้อาจทำให้จุกยางปนเปื้อนและสร้างปัญหาในการใช้หากsilicone ที่เคลือบบนผิวของจุกยางหลุดไปในขณะล้าง
ควรปฏิบัติดังนี้
ถ้าจุกยางมีจำนวนน้อยและนำออกจาก cleanroom แล้วไม่แนะนำให้นำกลับมาใช้อีก แต่ถ้าจุกยางมีจำนวนมากและยังไม่ได้นำออกจาก cleanroom ควรนำมาล้างด้วย WFI และนึ่งฆ่าเชื้ออีกครั้งก่อนใช้
ด้านที่โปร่งใสทำด้วย high density polyethylene (HDPE) ส่วนด้านทึบแสงทำด้วย Tyvek ซึ่งเป็น spunbonded polyethylene วัสดุทั้งสองชนิดไม่มีใย (fiber) จึงไม่มีปัญหาเรื่อง particle contamination สามารถทนต่อความร้อนได้ถึง 125ºC และเชื้อจุลินทรีย์ไม่สามารถผ่านได้ (high resistance to penetration of micro-organism)
Sterilizable bag ของ West ยินยอมให้สารโมเลกุลเล็กมากเช่นไอน้ำและอากาศเท่านั้นที่ผ่านได้ ฝุ่นผงหรือแบคทีเรียมีขนาดใหญ่ไม่สามารถผ่านเข้าไปในถุงได้
แนะนำว่าควรใช้ทันทีหลังจากอบแห้งแล้ว หากจำเป็นต้องเก็บควรเก็บใน Sterilizable bag ที่ปิดสนิทภายใน cleanroom
อุณหภูมิที่ใช้ในการอบแห้งไม่ควรเกิน 105 °C ระยะเวลา 1-2 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับสูตรยาง รูปลักษณะของจุกยางและขนาดของตู้อบ สำหรับจุกยางที่ใช้กับยาที่ไวต่อความชื้นและจุกยางสำหรับ lyophilization อาจจะต้องใช้เวลานานกว่านี้แต่ไม่ควรเกิน 8 ชั่วโมง
จุกยางที่ผ่านการนึ่งและอบแห้งด้วยความร้อนซ้ำหลายครั้งจะเกิดการสะสมของ thermal effect ซึ่งทำให้คุณสมบัติทางกายภาพของจุกยางเปลี่ยนไป ความแข็ง (hardness) ของจุกยางจะเพิ่มขึ้น ทำให้โอกาสการเกิด fragment ขณะแทงเข็มมากขึ้นด้วย ในทางปฏิบัติไม่แนะนำให้ autoclave เกิน 2 ครั้งหรือรวมเวลาของการนึ่งทั้งหมดที่ 121ºC ไม่เกิน 60 นาที และควรตรวจสอบคุณสมบัติทางกายภาพของจุกยางทุกครั้งหลังการนึ่งและอบแห้งด้วยความร้อนซ้ำ
เก็บในกล่องหรือหีบห่อที่ปิดสนิทมาจากผู้ผลิต (original sealed carton) ในสภาพแวดล้อมเดียวกับการเก็บรักษายาและเวชภัณฑ์
คุณสมบัติทางเคมีและทางกายภาพของจุกยางไม่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ แต่จุกยางบางจุกภายในกล่องอาจถูกนำหนักของจุกยางที่อยู่ข้างบนทับจนรูปทรงบิดเบี้ยว (deform) ไป
สำหรับ finished product จุกยางจะคงสภาพจนหมดอายุของยานั้นๆ ตลอดระยะเวลา 90 ปี ของ West ไม่เคยได้รับข้อร้องเรียนเรื่องคุณสมบัติของจุกยางเปลี่ยนแปลงใน finished product
การทดสอบของ West นั้นเข้มงวดกว่าที่กำหนดไว้ใน Pharmacopoeia โดยใช้เข็ม#20G แทงจุกยางด้วยเครื่องแทงจำนวน 100 ครั้ง และนับจำนวน fragment ต้องไม่เกิน 5 ชิ้น ในขณะที่ USP และ EP กำหนดให้ fragment ไม่เกิน 5 ชิ้น จากการแทงเพียง 48 ครั้งเท่านั้น
BIOMED
อาคารศิษธาลิน 600/126 ถนน สาธุประดิษฐ์ แขวงบางโพงพาง เขตยานนาวา กทม 10120
Telephone:
0 2294 2060
Fax:
0 2294 1059
Email:
info@biomed.co.th